Home Tags Posts tagged with "FUT"
Tag

FUT

ปลูกผมถาวร FUT or FUE/ศัลยกรรมปลูกผมด้วยการย้ายรากผม (แบบผ่าตัด/และแบบไม่ผ่าตัด)

การปลูกผม หรือศัลยกรรมปลูกผมคือการผ่าตัดย้ายรากผมที่แข็งแรงมาทดแทนผมที่หลุดร่วงไปแล้วจากสาเหตุต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีปัญหาผมบางศีรษะล้านจะมีปัญหามาจากพันธุกรรม หรือที่เรียกว่า Androgenic alopecia ในผู้ชายเป็นสาเหตุหลักถึง 90% ส่วนในผู้หญิงเป็นสาเหตุหลักถึง 70% หลักการทั่วไปคือย้ายรากผมบริเวณท้ายทอยมาปลูกทดแทนในส่วนที่ต้องการ

สาเหตุที่เป็นพันธุกรรมนั้นคือเกิดจาก ยีน (gene) ที่ผิดปกติ อาจไม่มีประวัติในครอบครัวได้ถึง 20% ของเคส

เหตุใดรากผมที่แข็งแรงกว่าจึงอยู่บริเวณท้ายทอย?
จากการศึกษาพบว่ารากผมบริเวณท้ายทอยและขมับสองข้าง จะมีความแข็งแรงมากกว่ารากผมที่อยู่ตรงกลางหนังศีรษะ และมีความทนทานต่อความเครียดที่มากระทบต่อรากผม รวมทั้งไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศชายที่มากระตุ้นให้ร่วง เมื่อย้ายรากผมตรงบริเวณนี้ไปปลูกที่ตำแหน่งอื่นๆของร่างกาย ผมที่ขึ้นก็ยังคงคุณสมบัติเดียวกันนี้ไปตลอด

  • การผ่าตัดปลูกผมมีเทคนิคการผ่าตัดโดยหลักๆ สองวิธี คือ FUT กับ FUE

วิธีการผ่าตัดย้ายรากผม Hair Transplantation (FUT)

เป็นการปลูกผมด้วยการวิธีการผ่าตัดขนาดเล็กซึ่งการปลูกผมแบบผ่าตัดนั้นเป็นการผ่าตัดที่ไม่ต้องใช้ยาสลบ ใช้แต่การฉีดยาชาเฉพาะบริเวณที่ทำการปลูกย้ายเซลล์รากผมเท่านั้น โดยระยะเวลาในการผ่าตัดนั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนรากผมที่ปลูกร่วงแต่ละบุลคล โดยผลลัพธ์ของการปลูกย้ายเซลล์รากผมแบบผ่าตัดนั้นเห็นผลชัดเจนและมีความปลอดภัยสูงเพราะดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการปลูกผมโดยตรง โดยขั้นตอนของการปลูกมีดังนี้

  • แพทย์ทำการวาดแนวผมที่จะทำการปลูก โดยวิเคราะห์จากโครงหน้าของคนไข้และมีการพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันก่อนจะทำการปลูกผม

  • แพทย์ทำการคัดเลือกรากผมบริเวณด้านหลัง ในส่วนท้ายทอยเพื่อจะตัดไปปลูกถ่ายเซลล์  ซึ่งบริเวณที่ถูกคัดเลือกจะถูกโกนให้สั้น เพื่อสะดวกต่อการผ่าตัด

  • แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ เมื่อยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะเริ่มผ่าตัดหนังศีรษะส่วนที่เลือก โดยใช้เแว่นขยาย 4 เท่า ทำให้มองเห็นแนวรากผมที่ชัดเจน และโอกาสในการสูญเสียรากผมน้อยมาก อยู่ที่ 2 – 3 % เท่านั้น

  • แผลจะถูกเย็บปิดด้วยไหมละลาย และเย็บตรึงห่างด้วยไหมไม่ละลายเพื่อให้แผลสมานกันเร็วยิ๋งขึ้น เมื่อครบ 7-14 วันแพทย์จะนัดมาตัดไหม (ในระว่างนี้ คนไข้สามารถสระผมได้ตามปกติ)

  • นำหนังศีรษะที่ตัดออกมาแช่ในน้ำเลี้ยงเซลล์และควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เซลล์ตาย แล้วนำมาแบ่งออกทีละเซลล์รากผมด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยาย 10 เท่า แต่ละเซลล์รากผมจะมีเส้นผมประมาณ 1 – 4 เส้น

  • แพทย์ทำการฉีดยาชาบริเวณที่เลือกทำการปลูกผม เมื่อยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะทำการเจาะรูบริเวณหนังศีรษะที่จะทำการปลูกผม แล้วใส่กราฟเข้าไปช่วยลดการบอบช้ำของเซลล์รากผม

  • แพทย์ใช้เข็มเจาะแล้วปลูกผมลงไป เพื่อเพิ่มความหนาแน่นในจุดที่ต้องการ

Dr.ornclinic_ดร.อรคลินิก_ปลูกผมถาวร_รีวิวปลูกผมถาวร_Hairtransplant_Dr.Ornhair_transplant_hair_hairtransplant_hairloss_hair_loss_solution_hairline_hairfall_shampoo_hairsurum

รูปหลังปลูกผม แบบ FUT ทันที

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

การปลูกผมด้วยวิธีการFUE หรือวิธีการเจาะ ย้ายเซลล์

เมื่อการผ่าตัดตามปกติมีข้อเสียคือแผลเป็นยาว เทคนิคการเจาะเอารากผมเพื่อไปใช้ปลูกจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น วิธีการคือใช้หัวเจาะขนาดเล็กที่มีความคมเจาะเอารากผมขึ้นมาโดยต้องใช้เทคนิคที่ดีและความละเอียดประณีตอย่างมาก เนื่องจากการเจาะลงไปถ้าไม่ชำนาญจะทำให้หัวเจาะไปตัดรากผมขาดได้ การผ่าตัดแบบเจาะจึงต้องใช้ฝีมือและเวลาในการผ่าตัดนานกว่า บวกกับค่าใช้จ่ายก็มากกว่าเพราะทำได้ยาก ใช้เวลานาน แม้ว่าปัจจุบันจะมีการพัฒนาแขนกลหรือโรบ็อต*เพื่อช่วยให้การผ่าตัดง่ายขึ้นแต่ทักษะของผู้ใช้เครื่องมือก็ยังมีความสำคัญอยู่มาก อย่างไรก็ตามการใช้วิธีเจาะนี้มีข้อดีในเรื่องของแผลเป็นที่บริเวณท้ายทอยเพราะแผลที่เหลืออยู่จะเป็นแผลเล็กๆ ขนาดเท่ารูขุมขน แม้จะตัดผมสั้นมากก็ยังไม่เห็นแผล และการพักฟื้นหลังผ่าตัด การปวดแผลน้อยกว่าวิธีFUT  รอยแผลจาการเจาะจะเป็นประมานนี้ค่ะ

Dr.ornclinic_ดร.อรคลินิก_ปลูกผมถาวร_รีวิวปลูกผมถาวร_Hairtransplant_Dr.Ornhair_transplant_hair_hairtransplant_hairloss_hair_loss_solution_hairline_hairfall_shampoo_hairsurum

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

1 Facebook Twitter Google + Pinterest

พบกับ program V lift sure ด้วย

      สำหรับคนที่มีแก้ม หรือเหนียง จากไขมันส่วนเกิน สามารถแก้ได้ด้วยการฉีดสลายไขมัน สูตรไม่บวม ตัวยาจะเข้าไปสลายไขมัน ทำให้หน้าดูเรียวขึ้น

      พออายุเยอะขึ้น อะไรก็หย่อนคล้อยไปหมด หน้าก็ไม่กระชับ ผิวก็ไม่เฟิม ด้วย program การยกระชับ ด้วยการทำงานของ micro focus ultrasound ที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น smaz หรือชั้นที่เราใช้ในการเย็บผ่าตัดดึงหน้า ช่วยกระชับผิว พร้อมกระตุ้นการสร้าง collagen ยกคิ้ว ยกหางตาได้อีกด้วย

DSCF2617

**หลังทำหน้าดูกระชับขึ้น ผิวดูเรียบเนียน ริ้วรอยไม่มี**

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

 

       สำหรับคนที่มีปัญหากรามใหญ่ จะทำให้หน้าดูเหลี่ยม ดูไม่หวาน เนื่องจากบริเวณกราม เป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว เมื่อมีการใช้งานบ่อย จะทำให้ขนาดกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น ซึ่งปัญหานี้ก็แก้ได้ไม่ยากเลยค่ะ ด้วยการฉีด botox ลดกราม แค่นี้ ก็สามารถลดมุมกรามให้หน้าเรียวสวยได้แล้วค่ะ

DSCF2580

 

3 Facebook Twitter Google + Pinterest

ใครที่กำลังมองหาทางเลือกที่มีคุณภาพ ทำครั้งเดี่ยวเต่งตึงกันไปเป็นปี คำตอบของคุณอยู่ที่นี้แล้ว พบกับ Thermage CPT ที่ลงได้ลึกถึง4.3 มิลลิเมตร แถมยังการใช้รังสี RF (radio frequency) ความร้อนช่วยสลายไขมันได้อีกด้วย โดยที่เรามีการหล่อเย็นป้องกันไม่ให้คุณรู้สึกร้อน และที่สำคัญหมออรเรายังมีความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้ Thermage อย่างมีประสิทธิภาพกับสัดส่วนบนร่างกาย พร้อมผสมผสาน treatment ต่างๆให้เห็นผลเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

 

1 Facebook Twitter Google + Pinterest

                Hair transplant center (OHT : Dr.ORN Hair transplant clinic) ก่อตั้งขึ้นและดำเนินการโดยพญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ และความร่วมมือจากทีมแพทย์ปลูกผมในต่างประเทศ ทั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกา ปากีสถาน และมาเลเซีย

โดยศูนย์การปลูกผม ได้ดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน ผมร่วง ไม่ว่าจะมีสาเหตจากกรรมพันธุ์ จากภูมิคุ้มกันของตนเองมีความผิดปกติ หรือจากความเครียด การรักษามีวิธีที่แตกต่างกัน ทางคลินิกให้การรักษาที่หลากหลาย ซึ่งตรงกับสาเหตของตัวโรค ตั้งแต่ ทั้งการทานยา laser กระตุ้นรากผม การฉีดstem cell  จนไปถึงการปลูกผมถาวร

แพทย์และทีมงานปลูกผม ได้ทุ่มเทให้กับการทำปลูกผมอย่างเต็มที่ โดยมีการฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง มีการประชุมความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ  ทำให้แพทย์และทีมงานปลูกผมมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านเส้นผม นอกจากนั้นเรายังนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์การปลูกผมดีที่สุด

ศูนย์ปลูกผม OHT มีเป้าหมายที่จะทำให้การปลูกผม เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่น่ากลัว ไม่เจ็บในราคาที่ทุกๆคนสามารถเข้าถึงได้ และได้ผลลัพธ์หลังการปลูกผมที่ดีเยี่ยม สามารถทำให้ผู้เข้ารับบริการมีความมั่นใจมากขึ้นกับการมีเส้นผมที่หนา และดูเป็นธรรมชาติ เพราะเราเชื่อว่า นอกจากใบหน้าแล้ว การมีเส้นผมและแนวไรผมที่สวยงาม ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บุคลิกภาพดีขึ้น ดูดีขึ้นในแบบของคุณเองอีกด้วย

  ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

banner1-01

1 Facebook Twitter Google + Pinterest

DSCF3644

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

Ultrabright

    ระบบลำแสง ฟลูออเรสเซนต์ ที่มีความเข้มข้นสูงผ่าน สารกรองพิเศษเพื่อตัดแสง UV ซึ่งเป็นอันตรายออกและมีการเพิ่มประสิทธิภาพของลำแสงด้วย ระบบพลาสมาไลท์ (Plasmalite) ช่วยปรับความยาวของช่วงคลื่นให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ขณะทำการรักษา ลำแสง ฟลูออเรสเซนต์ จะถูกส่งผ่านผิวหนังเป็นชุดๆ เข้าไปในผิวหนังชั้นลึก ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงเกิดขึ้นโดยไม่เกิด แผล ที่ผิวหนังชั้นนอก  นอกจากนั้น Ultrabright ยังผสมผสานกับคลื่นวิทยุ ซึ่งทำให้ผิวกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผลการรักษา

การรักษาด้วย Ultrabright มีความยาวคลื่นที่ต่างกัน การใช้ความยาวคลื่นในแต่ละช่วง สามารถรักษาปัญหาที่แตกต่างกันดังนี้

  • ผิวขาวกระจ่างใสตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

  • ลบรอยแดงจาก สิว และเส้นเลือดฝอย

  • ผิวหน้ากระชับรูขุมขนเล็กลง

  • ลดเลือนริ้วรอย

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน

  • ลดรอยดำ ฝ้ากระ

     แสงที่ยิงเข้าไปจะส่งความร้อนซึ่งกระตุ้นให้มีการสร้าง คอลลาเจน ชั้น ผิวหนังแท้ เพิ่มขึ้นและทำให้เส้นใย อีลาสติน ชั้นใต้ผิว ให้จับตัวกันแน่นมากขึ้นจึงส่งผลให้มี ผิวหน้า ที่กระชับและเต่งตึงขึ้นได้อีกด้วย

ระยะห่างในการรักษา

     ระยะห่างในการทำ ให้ทำต่อเนื่องทุก ๆ 2 -4 สัปดาห์ เป็นระยะเวลา 5-10 ครั้ง จะทำให้ใบหน้ากระจ่างใส ปรับสีผิวให้เรียบเนียน พร้อมกระชับรูขุมขน คงสภาพความเต่งตึงอยู่ได้นาน

การดูแลหลังการทำ Ultrabright

    หลังการรักษาสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้ทันที  ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น แนะนำให้ใช้ครีมบำรุง moisturizer หรือ whitening ต่างๆ เช่น vitamin C จะทำให้ผลการรักษาชัดเจนมากขึ้น

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

1 Facebook Twitter Google + Pinterest

    เป็น Laser ที่ใช้ในการรักษา ปานดำ กระ ฝ้า รอยแผลเป็น รอยสัก โดยการทำลายเม็ดสี เมลานิน เซลล์สีให้แตกกระจายออก ให้ค่อยๆ จางลง   

White and Bright Laser เป็นเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง โดยลำแสงเลเซอร์ที่ได้จากเครื่องนี้  มีความยาวคลื่นสองลักษณะ

การทำงานของ white and white laser

เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น532 nm.จะมีผลทำลายต่อเม็ดสีที่อยู่ในชั้นตื้น เช่น รอยหมองคล้ำซึ่งเป็นปัญหาของสีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ  

เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,064  nm.และ จะมีผลต่อเม็ดสีของผิวหนังด้านล่าง เช่น ฝ้าลึก กระลึก แผลเป็น รอยสัก โดยไม่ทำให้ผิวด้านบนเสียหาย

ข้อบ่งชี้ในการรักษา

White and Bright Laser สามารถรักษา

1.รักษาฝ้าลึก ฝ้าตื้น ฝ้าดื้อยา
2. กระลึก กระแดด
 3.ลบรอยสัก                                                                                                                                                                                                                                                           4..ปานดำ ปานน้ำตาล ปานโอตะ (Nevus of Otta)
 5.รักษารอยดำสิว รอยแผลเป็น
 6.Rejuvenation  ฟื้นฟูให้หน้าขาว กระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์
 7.ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆบนใบหน้า ให้ผิวเรียบเนียน กระชับรูขุมขน
 8.รักษาริมฝีปากคล้ำ ใต้ตาคล้ำ รักแร้ดำ

การดูแลสภาพผิวหลังการรักษา White and Bright Laser

    ภายหลังจากการฟื้นฟูผิวหน้าด้วย White and Bright Laser แล้ว ท่านสามารถกลับไป ทำงาน ใช้ชีวิตประจำวัน ได้ตามปกติทันทีภายหลังการรักษา แนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆประมาณ 1-2 สัปดาห์ และป้องกันแสงแดดด้วยครีมกันแดด SPF 50 PA +ขึ้นไป นอกจากนั้นคนที่มีปัญหาฝ้า กระหรือรอยดำ แนะนำให้ใช้ครีมกลุ่ม whitening ร่วมด้วย จะช่วยให้ผลการรักษาชัดเจนมากขึ้น

ระยะห่างและจำนวนครั้งในการรักษา

    การรักษาด้วย White and Bright Laser  โดยทั่วไปมักจะต้องทำหลายครั้ง แตกต่างกันในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณเม็ดสี ความลึกของเม็ดสีที่ผิดปกติ หรือการดูแลผิวหลังเลเซอร์ เป็นต้น

โดยระยะห่างของการทำ laser แต่ละครั้ง แนะนำให้ทำได้ทุกๆ 4 อาทิตย์

ความปลอดภัยของเลเซอร์ White and Bright Laser
    White and Bright Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ได้รับการรับรองจาก องค์การอาหารและยา (อย.) นานาประเทศทั่วโลกทั้งในสหรัฐอเมริกา (US FDA) ยุโรป (CE) เกาหลี (KFDA) และไทย (Thai FDA) จึงถือว่าเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ได้มาตรฐานสูงสุด และเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในยุโรปและอเมริกา ว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาสูงและความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีผลการรักษาทางคลินิกอีกมากมายที่ยืนยันถึงผลการรักษาของ White and Bright Laser

 

2

1

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1 Facebook Twitter Google + Pinterest

Platelet-Rich Plasma สวยด้วยเลือดตัวเอง

      สาวๆทั้งหลายล้วนแต่ อยากมีผิวเด้งใส พยายามไขว้คว้าหาวิธีที่จะช่วยเอาชนะกาลเวลา ให้ผิวสวยๆ คงอยู่ได้นานที่สุด  โดยเฉพาะปัญหาริ้วรอย เหี่ยวย่น หลุมสิว ผิวหมองคล้ำ แก่ก่อนวัย อันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพผิวภายใน ซึ่งประกอบไปด้วยคอลลาเจน และ อีลาสตินมากมาย เมือผิวเริ่มมีการถูกทำลาย ทำให้ผิวหนังเกิดการหย่อนคล้อย ริ้วรอยต่างๆเกิดขึ้นอย่างชัดเจน

     ปัจจุบันทางการแพทย์ได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่แก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างง่ายและปลอดภัย เรียกว่าการฉีดเกล็ดเลือดบริเวณที่เรามีปัญหากระบวนการนี้ เรียกว่า PRP (Platelet-Rich Plasma) คือเทคโนโลยีทางการแพทย์ด้วยการนำเอาเลือดของคนไข้เองมารักษา การรักษาแบบPRP นี้มีใช้อยู่แล้วในทางทันตกรรมและศัลยกรรมกระดูก   ซึ่งเลือดจะประกอบด้วยเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือดและส่วนของเหลวเรียกว่าพลาสมานั่นเอง  ส่วนสำคัญของกระบวนการรักษา โดย PRP นั้นคือเกล็ดเลือด เพราะในเกล็ดเลือดมีสารที่เรียกว่า Growth Factor เป็นสารกระตุ้นการเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ 

กระบวนการของ PRP

  • ทายาชาทิ้งไว้ทั่วหน้าประมาณ 30 นาที

  • ทำการเจาะเลือดจากข้อพับแขน2ข้างโดยใช้เลือดประมาณ10-20 ซีซี ใส่หลอดที่เตรียมไว้

  • นำเลือดมาปั่น แยกเกร็ดเลือด ปั่นในรอบความถี่ที่เหมาะสม จะได้เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดแยกออกมาเป็นชั้น โดยชั้นที่เป็นเกล็ดเลือดเยอะๆ เราเรียกว่า PRP (Platelet-Rich Plasma) เป็น ชั้นที่จะนำมาใช้ เพราะในเกล็ดเลือดที่ได้จากการปั่นนั้นจะหลั่งสารที่เรียกว่าา Growth Factor

 

    การฉีดเกล็ดเลือด PRP เข้าสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ต้องการฟื้นฟูแก้ไข เช่น บริเวณใบหน้า ขณะฉีดอาจจะเห็นว่ามีเลือดเป็นจุดๆกระจายทั่วหน้า เกิดจาก Derma Pen ซึ่งเป็นเครื่องมือที่แก้เรื่องหลุมบนใบหน้าและการเกิดจากการทำ Stamping ให้หน้าเกิดการบาดเจ็บก่อน ไม่อันตรายใด

กระบวนการทำงานเมือฉีดเกล็ดเลือด PRP เข้าไปในบริเวณที่ต้องการรักษา

ddad

 

  • Growth Factor ในเกล็ดเลือด PRP เป็นสารสำคัญที่ไปกระตุ้นให้เซลล์เกิดการเติบโตเร็วขึ้น เซลล์ ที่ว่านี้ ก็คือ เซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้าง Collagen  ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้ผิวหน้าที่ดูเหี่ยวย่นไม่เปล่งปลั่ง เริ่มตึงขึ้น ใบหน้าดูอ่อนวัย และผิวดูกระจ่างใสเจน เรียบเนียน กระชับ นุ่มนวล

  •  สารประกอบGrowth factor

        Basis fibroblast growth factor ช่วยรักษาฟื้นฟูผิวที่เป็นรอยแผลที่เกิดบนใบหน้า

    Insulin-like growth factor เสริมการทำงานของ growth factor ซ่อมแซมผิวหนัง  ที่เกิดปัญหาช่วยชะลอความชรา

      Epidermal growth factor ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิวทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์

   Copper tripeptide-1 เร่งบการซ่อมแซมและรักษาผิวจากการถูกทำลาย ช่วยให้ผิวกระชับ   เรียบเนียนและอ่อนนุ่ม

     PRP เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยเฉลี่ยเพราะเป็นวัยที่เริ่มเกิดความเสื่อมของเซลผิว  แต่อย่างไรก็ตาม PRP สามารถทำได้ตั้งแต่สาวๆหรือในผู้ที่มีโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาะเร็ว

 ข้อดีของการรักษาด้วย Growth factor ที่ได้จาก PRP

 คือ ร่างกายสามารถนำมาใช้ได้ทันที สามารถเห็นผลการรักษาได้ชัดเจนในครั้งที่ 3หรือ4 และเป็นการรักษาให้ผิวแข็งแรงจากภายใน

 ผลลัพธ์ ที่ได้จากการทำ PRP (Platelet-Rich Plasma)

 1.ทำให้ใบหน้า กระจ่างใสดูอ่อนวัยขึ้นภายใน 1 สัปดาห์

 2.ซ่อมแซมผิวหนังที่ เกิดปัญหา ช่วยชะลอความชรา

 3.เร่งการซ่อมแซมและ รักษาผิวจากการถูกทำลาย ช่วยให้ผิวตึงกระชับ เรียบ เนียนและอ่อนนุ่ม

 4.มีความปลอดภัยสูง ไม่มีผลข้างเคียงโอกาส ติดเชื้อน้อยมากจากการฉีดเพราะว่าเป็นเลือดของตัวเอง

 หลังการทำ PRP

  •  จะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าแน่นและบวมเล็กน้อย อาจมีรอยจุดบวมเป็นเหมือนตุ่มมดกัดบ้างเล็กน้อย บางท่านอาจมีรอยช้ำประมาณ 3-4 วัน

  •  ห้ามโดนน้ำ 24 ชั่วโมง หลีกเลี่ยง แสงแดด ฝุ่นละออง เพราะจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

  •  หลังจากทำPRPจะเห็นผลดีขึ้นเรื่อยๆในอาทิตย์ที่ 3

  •  PRP ควรทำซ้ำโดยเว้นประมาณ1เดือน โดยเฉลี่ยควรทำประมาณ3ครั้ง

  •  คนที่อยู่ในช่วงอายุ  40 ปีขึ้นไป จะเห็นผลชัดเจนกว่าคนอายุน้อย เพราะมีริ้วรอย และปัญหาผิวหน้ามากกว่า

 ผลดีจากการทำ PRP

 ผลลัพธ์ ที่ได้จากการทำ PRP (Platelet-Rich Plasma)

 1.ทำให้ใบหน้า กระจ่างใสดูอ่อนวัยขึ้นภายใน 1 สัปดาห์

 2.ซ่อมแซมผิวหนังที่ เกิดปัญหา ช่วยชะลอความชรา เติมเต็มริ้วรอย ร่องลึกได้เช่นร่องแก้ม ร่องมุมปาก ริ้วรอยบนหน้าผาก หางตาเป็นต้น

 3.เร่งการซ่อมแซมและ รักษาผิวจากการถูกทำลาย ช่วยให้ผิวตึงกระชับ เรียบ เนียนและอ่อนนุ่ม

 4.มี ความปลอดภัยสูง ไม่ มีผลข้างเคียง โอกาส ติดเชื้อน้อยมากจากการฉีดเพราะว่าเป็นเลือดของตัวเอง

 

banner1-02

1 Facebook Twitter Google + Pinterest

     การรักษาหลุมสิวด้วยการเลาะพังผืดใต้ผิวหนังด้วยเข็มตัดพังผืด พิเศษ ( Nokor Needle ) ที่เรียกว่าการทำ Subcision เนื่องจากหลุมสิวมีหลายลักษณะ หลุมแบบ rolling scar จะเป็นหลุมสิวที่มีพังผืดรั้งอยู่ที่ฐานของหลุมสิว ดังนั้น การตัดพังผืดจึงมีความสำคัญที่จะทำให้เห็นผลการรักษาชัดเจนขึ้น โดยหลายๆคนที่เคยทำ subcision มักกลัวความเจ็บและรอยช้ำหลังการทำ

    ทาง Dr.ORN Clinic จึงได้นำวิธีการทำ microsubcision ขึ้นมา โดยการใช้เข็มขนาดเล็กในการตัดพังผืด ซึ่งได้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ และไม่เขียวช้ำหลังการรักษาอีกด้วยค่ะ

rrrr

แพทย์จะใช้เข็มลักษณะพิเศษที่สอดเข็มลงใต้ผิวหนังเพื่อไปตัดพังผืดใต้ผิวหนัง โดยการทำจะเซาะทีละหลุมๆ ค่อยๆทำไปทั่วใบหน้า 

หลังทำจะมีแผลแต่ละรอยเข็มที่ทำ ผิวหนังที่โดยเซาะมีเลือดออก อาจมีรอยเขียวช้ำได้เล็กน้อย หลังจากนั้นหลุมสิวก็จะตื้นขึ้น

ผลข้างเคียงมีเล็กน้อย

  • รอยช้ำจากการทำ subcision 1 สัปดาห์

  • ความเจ็บหลังการรักษา

 

banner1-02

1 Facebook Twitter Google + Pinterest

Notice: คำสั่ง get_settings นี้ถูกเลิกใช้ตั้งแต่รุ่น 2.1.0! เป็นต้นมา กรุณาเปลี่ยนไปใช้ get_option() แทน in /home/zp8698/domains/drornclinic.com/public_html/wp-includes/functions.php on line 3888
Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.