Home Facial Design

Facial Design

    เป็นโปรแกรมการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้า หรือการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถปรับใบหน้าให้ดูเรียว เข้ารูป สมส่วนโดยการผสมผสานหลากหลายเทคนิค ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่นการฉีด Botox ร่วมกับการทำ Tread Lift หรือร่วมกับการฉีด Filler หรือทั้ง 3 treatment ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ต้องผ่านการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

การปรับรูปหน้า

    ปัจจุบัน มีการพูดถึงการปรับรูปหน้ากันมากมาย และหลายครั้งที่คุณอาจจะได้ยินคำว่า V-shape ตามมา แต่จริงๆ แล้วการปรับรูปหน้าให้เรียวเป็น V-shape อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะแต่ละคนจะมีโครงสร้างใบหน้าที่ต่างกันออกไป เพราะฉะนั้น V-shape อาจจะไม่ได้ทำให้คุณดูสวยเสมอไป ความสวยก็มีสัดส่วนของมันอยู่ค่ะ 

    ปกติใบหน้าคนเราจะดูดีหรือไม่ ขึ้นกับสัดส่วนของเครื่องหน้า (ตา คิ้ว จมูก ปาก) และกรอบใบหน้า (หน้าผาก แก้ม คาง) ทั้งสองส่วนมีความสำคัญเท่าๆ กัน หลายๆ คนไปให้ความสำคัญอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่า ทำให้เมื่อปรับรูปหน้าออกมาไม่สวยดังที่คาด และที่สำคัญสัดส่วนรูปหน้า ของผู้หญิงและผู้ชายก็แตกต่างกันออกไปด้วย การปรับรูปหน้าจึงต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยด้วยกัน

ก่อนอื่น การปรับรูปหน้าเราควรต้องมีการออกแบบเสียก่อน ตามทฤษฎี 3:5

ใบหน้าที่สวยงามต้องมีสัดส่วนตามแนวนอน เท่ากัน 3 ส่วนและต้องมีสัดส่วนตามแนวตั้งเท่ากัน 5 ส่วนดังรูป

s

       คนไทยส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องสันจมูก กราม และหน้าผาก  โดยสามารถแก้ปัญหาได้หลายอย่างเช่น ปรับลดกราม ลดไขมันบริเวณแก้ม ปรับองศาคิ้ว ปรับมุมปาก ปรับร่องแก้ม เติมความยาวของคาง เติมสันจมูก และช่วยยกกระชับผิว เติมหน้าผากให้ดูโหนก ยกกระชับผิวให้ดูเต่งตึงขึ้น เป็นต้น ทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดสัดส่วนที่สมดุลของรูปหน้า และทำให้คุณดูสวยขึ้นนั่นเอง ซึ่งปัญหาดังกล่าว สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด หรือการเสริมซิลิโคน แต่เป็นการเติมสารฟิลเลอร์ และการทำโบท๊อกซ์

    
โปรแกรมนี้สามารถรักษาปัญหาอะไรได้บ้าง?     

  1. ปัญหาริ้วรอย เช่น รอยรอบดวงตา รอยขมวดคิ้ว รอยย่นที่หน้าผาก รอยย่นที่จมูก รอบปาก

  2. ปัญหาร่องลึก ได้แก่ ร่องใต้ตาลึกและคล้ำ ร่องข้างจมูก ขมับตอบ แก้มตอบ หน้าเป็นร่องเป็นสันไม่ได้รูป

  3. ปัญหารูปหน้า ไม่สมส่วน ได้แก่ โหนกแก้มสูง โครงหน้ากว้างหรือมีลักษณะเป็นเหลี่ยม กรามใหญ่ หจมูกแบน ปีกจมูกไม่ได้รูป

  4. ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ได้แก่ หางตาตก หางคิ้วตก ปัญหาถุงใต้ตา บริเวณแก้มและคางคล้อยห้อย ไม่กระชับ ปัญหาคาง 2 ชั้น

 

อายุเท่าใดเหมาะกับ Facial Design           

เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวพรรณ ผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอย
    

ผลการรักษาอยู่ได้นานแค่ไหน 

     เนื่องจาก Botox, Filler หรือไหมละลายจะค่อยๆ สลายตัวและถูกขับออกจากร่างกาย เช่นเดียวกับยาและสารบำรุงอื่นๆ จึงต้องรับการฉีดซ้ำอีก สำหรับ Botox และ Filler อาจต้องฉีดซ้ำภายใน 4-6 เดือน เพื่อไม่ให้ริ้วรอยกลับคืนเหมือนเดิม พบว่าการฉีดครั้งหลังๆ ฤทธิ์ของ Botox จะอยู่ได้นานขึ้น จึงอาจทิ้งช่วงการฉีดได้เป็น 6-8 เดือนในครั้งต่อๆไป  แต่สำหรับการร้อยไหมละลายสามารถคงอยู่ได้นานถึง 3-4 ปี

     จากการศึกษา พบว่าเมื่อเลิกการใช้ Botox, Filler และไหมละลาย ริ้วรอยจะค่อยๆกลับมาทีละน้อยจนกระทั่งเท่ากับก่อนฉีด แต่จะไม่เป็นมากกว่าเดิมแน่นอน จึงเท่ากับว่า โปรแกรม Facial Design สามารถหนยุดเวลาแห่งผิวสวยของคุณได้ตลอดช่วงเวลาของการรักษานั่นเอง”

ผลข้างเคียงจากการรักษา    

    ผลข้างเคียงจากการฉีด Botox หรือ Filler อาจพบได้บ้าง เช่น หนังตาตก แสดงอารมณ์ไม่ได้ แต่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ ใน 1-3 เดือน แต่ผลข้างเคียงเหล่านี้พบได้น้อยมาก สำหรับไหมละลาย อาจมีอาการเขียว ช้ำ ให้เห็นบ้างในบางจุดที่เข็มไปโดนเส้นเลือดแต่จะหายไปภายใน 1-2 อาทิตย์

 

banner1-01

1 Facebook Twitter Google + Pinterest
Page generated in 0.461 seconds. Stats plugin by www.blog.ca
Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.